ศัลยกรรมลดขนาดจมูก

ศัลยกรรมเหลาฮัมพ์, ศัลยกรรมลดขนาดกระดูกจมูก, ศัลยกรรมแก้จมูกเบี้ยว

ศัลยกรรมลดขนาดจมูก

ศัลยกรรมเหลาฮัมพ์, ศัลยกรรมลดขนาดกระดูกจมูก, ศัลยกรรมแก้จมูกเบี้ยว

ลดฐานกระดูก

  • ระยะเวลาการผ่าตัด

    ประมาณ 1 ชม

  • วิธีวางยา

    ยานอนหลับ

  • ตัดไหม

    หลังผ่าตัดประมาณ 10วัน

  • นอนโรงพยาบาล

    สามารถกลับบ้านได้เลย

  • เช็คอัพ

    ทำการนัดตัดไหม 2 ครั้ง

  • พักฟื้น

    ประมาณ 7~10วัน หลังทำ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

BANOBAGI PLASTIC SURGERY

การผ่าตัดเหมาะสำหรับ

  • Case.01

    กรณีที่จมูกดูใหญ่
    กว้างและจมูกทู่

  • Case.02

    กรณีที่จมูกดูกว้างมากกว่า
    เมื่อเทียบกับความยาว
    ด้านขวางของจมูก

  • Case.03

    แก้ไขทรงสันจมูกและ
    รูปกระดูกจมูกให้เรียว เพื่อให้
    จมูกดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

  • Case.04

    กรณีต้องการแก้ไขแค่ความ
    กว้างของสันจมูกให้ดูเรียวขึ้น

  • Case.05

    กรณีที่อยากได้จมูกที่
    สวยได้รูปและเหมาะกับใบหน้า

วิธีผ่าตัด

  • 01

    กระดูกจมูกที่กว้างก่อนผ่าตัด

  • 02

    หลังจากตัดกระดูกจมูกที่กว้างแล้ว
    กระดูกจมูกจะถูกรวบเข้าด้านในเพื่อทำให้
    จมูกมีรูปร่างที่เพรียวบาง

เฉพาะที่บาโนบากิเท่านั้น

  • เปลี่ยนจมูกที่ทู่ และกว้างให้เป็นจมูกที่สวยขึ้น
  • เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้จมูกที่อยู่ตำแหน่งกลางใบหน้า
  • แก้ไขความสมมาตร ทั้งด้านกว้างและยาว
  • ผลการผ่าตัดที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติด้วยประสบการ
    ณ์ที่ยาวนานของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ใจความสำคัญหลักของบาโนบากิ

ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาที่มี
ประสบการณ์ทางการรักษา
เทคนิกความชำนาญมากมาย
รักษาด้วยการวินิจฉัยและการประเมิน
อย่างแม่นยำสำหรับลูกค้าต่างชาติ
ซึ่งจะพิจารณาตามแต่ละบุคคลอย่าง
เหมาะสม ผ่านการวิจัยและความพยายาม
มานานหลายป
เลือกใช้เครื่องมือการแพทย์ ที่มีคุณภาพ
แล้ะเครื่องมือ ที่ได้รับการรับรองแล้ว
เท่านั้น
ประกอบไปด้วยระบบการดูแล ที่สะดวก
สบาย อาทิ มีล่ามส่วนตัว ดูแลตลอดแบบ
ประกบ1:1, ที่พัก , ที่จอดรถ
ในโรงพยาบาล
มีคุณหมอวิสัญญีที่ประจำ
ศัลยกรรมด้วยความซื่อสัตย์ ภายใต้ชื่อ
จริงของศัลแพทย์ ที่รับผิดชอบ

ก่อน & หลัง

BEFORE AFTER
BEFORE AFTER

คำถามที่พบบ่อย

ความกว้างของจมูกอาจเกิดจาก กระดูกจมูก ในบริเวณส่วนบน สันจมูกส่วนกลาง (Middle Vault) กระดูกอ่อนบริเวณปลายจมูก ในส่วนล่าง ฐานปีกจมูก (Alar Base) หรืออาจเกิดจากหลายตำแหน่งร่วมกัน แต่ละส่วนมีวิธีแก้ไขที่แตกต่างกัน เช่น การทำ Osteotomy สำหรับโครงสร้างกระดูกด้านบน การปรับหรือเสริมโครงสร้างกระดูกอ่อนบริเวณส่วนกลาง การเย็บหรือใช้กระดูกอ่อนปลูกถ่ายเพื่อปรับแต่งปลายจมูก และการตัดแต่งบริเวณฐานปีกจมูก การลดความกว้างผิดตำแหน่งถือเป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ดังนั้นจึงต้องประเมินและระบุก่อนว่าความกว้างเกิดจากโครงสร้างส่วนใด

แพทย์จะกำหนดความกว้างของจมูกที่เหมาะสมให้สัมพันธ์กับสัดส่วนโดยรวมของใบหน้า โดยมักพิจารณาร่วมกับสัดส่วนระหว่างดวงตาทั้งสองข้าง จากนั้นจึงวางแผนปรับความกว้างในแต่ละระดับของจมูกอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้ส่วนใดส่วนหนึ่งถูกลดมากเกินไป การทำให้จมูกทุกส่วนแคบลงมากที่สุดอาจทำให้จมูกดูถูกบีบหรือดูเป็นทรงที่ผ่านการผ่าตัดมากเกินไป ในขณะที่การลดความกว้างเพียงบางส่วนโดยไม่แก้ไขบริเวณอื่นที่เกี่ยวข้อง อาจทำให้รูปทรงโดยรวมดูไม่สมบูรณ์ การปรับให้แคบลงในระดับที่พอดีและสมดุลกับโครงสร้างใบหน้า จึงช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า

โดยทั่วไปการทำให้สันจมูกส่วนที่เป็นกระดูกแคบลง มักจำเป็นต้องเหลาฮัมพ์ โดยแพทย์จะวางแผนจากภาพถ่ายที่มีการวัดสัดส่วนอย่างละเอียด ทำการปรับกระดูกทั้งสองข้างอย่างสมมาตร และตรวจสอบตำแหน่งของกระดูกอีกครั้งก่อนเย็บปิดแผล แม้จะวางแผนอย่างรอบคอบ แต่ความแตกต่างตามธรรมชาติของความหนาของกระดูกหรือการสมานตัวของแต่ละข้างก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ หลังผ่าตัดจะใช้เฝือกภายนอกร่วมกับการติดเทปเพื่อช่วยปกป้องและรักษาตำแหน่งใหม่ของกระดูกในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก

การปรับกระดูกจมูกให้เข้าด้านในจะทำให้ทางเดินหายใจบริเวณส่วนบนแคบลง และหากทำให้สันจมูกส่วนกลางแคบมากเกินไป อาจส่งผลต่อ ลิ้นจมูกด้านใน (Internal Nasal Valve) ซึ่งเป็นบริเวณที่แคบที่สุดของทางเดินหายใจภายในจมูกได้ แพทย์จึงต้องวางแผนอย่างรอบคอบโดยคำนึงถึงความกว้างที่เหมาะสมของทางเดินหายใจ และในกรณีที่ต้องปรับสันจมูกให้แคบลงมาก อาจใช้ Spreader Graft หรือ Spreader Flap เพื่อช่วยพยุงและรักษาความกว้างของลิ้นจมูกด้านใน การติดตามผลหลังผ่าตัดจะประเมินทั้งการหายใจและรูปลักษณ์ของจมูก ไม่ได้พิจารณาเฉพาะรูปทรงภายนอกเท่านั้น

ในหลายกรณีจำเป็นต้องทำร่วมด้วย เนื่องจากเมื่อสันจมูกแคบลง ปลายจมูกที่ไม่ได้รับการปรับแต่งอาจดูมีสัดส่วนกว้างขึ้นเมื่อเทียบกับสันจมูก การปรับความกว้างของปลายจมูกสามารถทำได้ด้วยการเย็บกระดูกอ่อน การตัดแต่งอย่างระมัดระวัง หรือการใช้กระดูกอ่อนปลูกถ่ายชิ้นเล็ก ๆ เพื่อช่วยเพิ่มความชัดเจนและความเป็นทรงของปลายจมูก การวางแผนสันจมูกและปลายจมูกให้สอดคล้องกันจึงช่วยป้องกันไม่ให้สันจมูกส่วนบนดูเรียวเล็ก ในขณะที่ปลายจมูกส่วนล่างกลับดูใหญ่หรือกลมเกินไป

แพทย์จะประเมินความจำเป็นในการลดฐานปีกจมูกหลังจากวางแผนปรับสันจมูกและปลายจมูกแล้ว เนื่องจากการทำให้โครงสร้างด้านบนแคบลงจะส่งผลต่อการรับรู้ว่าฐานปีกจมูกดูกว้างมากน้อยเพียงใด หากทำให้จมูกทุกส่วนรวมถึงฐานปีกจมูกแคบลงมากเกินไป อาจทำให้จมูกดูถูกบีบและไม่เป็นธรรมชาติ ผู้ป่วยจำนวนมากจะพิจารณาลดฐานปีกจมูกก็ต่อเมื่อยังมีความกว้างหรือปีกจมูกบานที่ชัดเจนหลงเหลืออยู่ โดยสามารถทำร่วมกับการผ่าตัดครั้งเดียวกันได้ หรืออาจแบ่งมาทำภายหลัง หากยังไม่แน่ใจว่าควรลดมากน้อยเพียงใด

อาการบวมบริเวณผนังด้านข้างของจมูกสามารถบดบังผลของการปรับกระดูกได้เป็นเวลาหลายสัปดาห์ ดังนั้นในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด สันจมูกอาจยังดูไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก แม้ว่ากระดูกจากการทำ Osteotomy จะเข้าที่ตามตำแหน่งใหม่แล้วก็ตาม โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นทิศทางของการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนขึ้นประมาณ 6–8 สัปดาห์ รูปทรงจะยังคงค่อย ๆ ปรับและเข้าที่ต่อเนื่องประมาณ 3–6 เดือน และในผู้ที่มีผิวหนา การเห็นความชัดเจนของปลายจมูกอย่างเต็มที่อาจใช้เวลานานถึง 1 ปี การประเมินผลเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดความกังวลจากรูปลักษณ์ที่ยังไม่เข้าที่ได้

สาเหตุอาจเกิดจากความแตกต่างเล็กน้อยของตำแหน่งหรือแนวการตัดกระดูก ความหนาของกระดูกแต่ละข้าง การใส่เฝือกที่กระชับไม่เท่ากัน การหดตัวของพังผืด หรือแรงกดระหว่างการสมานตัว เช่น การนอนตะแคงเป็นประจำ ความไม่สมมาตรเพียงเล็กน้อยจากปัจจัยเหล่านี้มักค่อย ๆ ปรับตัวและลดความชัดเจนลงเมื่อเวลาผ่านไป หรืออาจแทบสังเกตไม่เห็นในที่สุด การหลีกเลี่ยงแรงกดบริเวณจมูกในช่วง 6 สัปดาห์แรก จะช่วยลดปัจจัยที่สามารถป้องกันได้มากที่สุด

ควรงดการใส่แว่นที่มีน้ำหนักกดบริเวณสันจมูกประมาณ 4–6 สัปดาห์ และหลีกเลี่ยงการนอนในท่าที่ทำให้เกิดแรงกดบริเวณจมูกในช่วงเวลาเดียวกัน สำหรับกีฬาหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณใบหน้า ควรงดอย่างน้อย 6–8 สัปดาห์ แนวทางเหล่านี้มีไว้เพื่อปกป้องกระดูกจมูกที่ยังไม่เชื่อมติดอย่างสมบูรณ์ในช่วงแรก จนกว่าจะสมานตัวและแข็งแรงขึ้น

ได้ ผิวที่หนาและมีความมันจะทำให้รายละเอียดของโครงสร้างจมูกดูไม่ชัดเจน และใช้เวลานานกว่าผิวจะหดตัวเข้าที่ ดังนั้นแม้จะปรับโครงสร้างในระดับเดียวกัน ผลลัพธ์ที่มองเห็นอาจมีความคมชัดน้อยกว่าผู้ที่มีผิวบาง ซึ่งเป็นข้อจำกัดตามธรรมชาติของสภาพผิว ไม่ได้หมายความว่าการผ่าตัดไม่ประสบความสำเร็จ การวางแผนที่เหมาะสมจึงอาจเน้นการเสริมโครงสร้างให้แข็งแรงมากขึ้น เพื่อช่วยให้ปลายจมูกดูมีความชัดเจนแม้อยู่ภายใต้ชั้นผิวที่หนา และการจำลองผลลัพธ์ควรปรับให้เหมาะกับลักษณะผิวของแต่ละบุคคล

Inverted-V Deformity ซึ่งเป็นลักษณะเงาหรือรอยบุ๋มคล้ายตัว V บริเวณสันจมูกส่วนกลาง มักเกิดจากกระดูกอ่อนด้านข้างส่วนบนยุบตัวหรือขาดการพยุง แพทย์จึงจะรักษาหรือเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างด้วย Spreader Graft หรือ Spreader Flap ในกรณีที่จำเป็น ส่วนการป้องกันรอยต่อหรือรอยต่างระดับบริเวณขอบกระดูก จะอาศัยการทำ Osteotomy อย่างแม่นยำและสมมาตร พร้อมปรับแต่งบริเวณรอยตัดให้มีการเปลี่ยนระดับที่เรียบเนียน นอกจากนี้จะมีการตรวจสอบแนวสันจมูกจากด้านหน้าอีกครั้งก่อนเสร็จสิ้นการผ่าตัด เพื่อให้แนวสันจมูกดูต่อเนื่องและสมดุล

ขั้นแรกควรรอให้กระบวนการสมานตัวเสร็จสมบูรณ์ก่อน เนื่องจากอาการบวมสามารถทำให้จมูกดูดูกว้างกว่าความเป็นจริงได้เป็นเวลาหลายเดือน หากหลังจาก 6–12 เดือน แล้ว ยังพบว่าจมูกมีความกว้างหรือความไม่สมมาตรที่เกิดจากโครงสร้างจริง จึงสามารถพิจารณาทางเลือกในการแก้ไขเพิ่มเติมได้ ตั้งแต่การขัดแต่งเพียงเล็กน้อยหรือการใช้กระดูกอ่อนเสริมขนาดเล็ก ไปจนถึงการทำ Re-osteotomy หรือการปรับกระดูกใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาเกิดขึ้นที่โครงสร้างส่วนใด โดยทั่วไปจะเน้นการแก้ไขเฉพาะจุดที่เป็นปัญหา มากกว่าการผ่าตัดซ้ำทั้งกระบวนการ

BANOBAGI PLASTIC SURGERY

รายการแนะนำทำคู่กัน

CONTACT US

โรงพยาบาลบาโนบากิ อยู่สถานี ยอกซัม(Yeoksam station)
ทางออกหมายเลข 6 เดินตรงมา 100 เมตร

X

emailicon E-MAIL

english@banobagi.com

Please feel free to contact us,
and we will reply you as soon as possible.
go-top