ลดขนาดปีกจมูก

แก้ไขขนาดปีกจมูกที่กว้างให้ได้สัดส่วนและสวยงามขึ้น

ลดขนาดปีกจมูก

แก้ไขขนาดปีกจมูกที่กว้างให้ได้สัดส่วนและสวยงามขึ้น

ลดขนาดปีกจมูก

  • ระยะเวลาการผ่าตัด

    ประมาณ 30นาที

  • วิธีวางยา

    ยานอนหลับ

  • ตัดไหม

    หลังผ่าตัดประมาณ 7~10 วัน

  • นอนโรงพยาบาล

    กลับบ้านได้เลย

  • เช็คอัพ

    นัดตัดไหมประมาณ 2 ครั้ง

  • พักฟื้น

    ประมาณ 3 วัน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

BANOBAGI PLASTIC SURGERY

การผ่าตัดเหมาะสำหรับ

  • Case.01

    ผู้ที่มีปีกจมูกกว้างหรือใหญ่

  • Case.02

    ผู้ที่ปีกจมูกกว้าง
    ทำให้ทรงจมูกดูแบน

  • Case.03

    ผู้ที่รู้สึกว่าทรงจมูกแข็งและทื่อ

  • Case.04

    ผู้ที่มีสัดส่วนสันจมูกกับ
    ปีกจมูกไม่สมดุลกัน

  • Case.05

    ผู้ที่รูจมูกกว้าง
    ทำให้ทรงจมูกดูใหญ่

วิธีผ่าตัด

  • 01

    ก่อนผ่าตัด ปีกจมูกกว้าง ทื่อ
    และรูจมูกค่อนข้างกว้าง

  • 02

    ดีไซน์ปีกจมูกให้รับกับทรงจมูก
    และกรีดตามรอยผิวที่ดีไซน์

  • 03

    กรีดตัดผิวส่วนที่เกินออก
    และเย็บอย่างประณีต

  • 04

    หลังผ่าตัด ปีกจมูกแคบลง

วิธีการผ่าตัดดำเนินตามความเหมาะสมของแต่ละเคส
เช่น กรณีเคสด้านล่างนี้ ใช้วิธีการกรีดเป็นจุดเล็ก ๆ ด้านในรูจมูก
และใช้ไหมดึงร่วมด้วย หรืออาจใช้วิธีนี้เป็นหลัก

เฉพาะที่บาโนบากิเท่านั้น

  • ผลลัพธ์หลังลดปีกจมูก ปลายจมูกดูเรียวและมีมิติมากขึ้น
  • ดีไซน์และผ่าตัดทรงจมูกให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
  • แก้ไขให้ทรงปีกจมูกและรูจมูกสมมาตรกัน
  • ผ่าตัดโดยให้เห็นรอยแผลเป็นจากด้านนอกน้อยที่สุด

ใจความสำคัญหลักของบาโนบากิ

ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาที่มี
ประสบการณ์ทางการรักษา
เทคนิกความชำนาญมากมาย
รักษาด้วยการวินิจฉัยและการประเมิน
อย่างแม่นยำสำหรับลูกค้าต่างชาติ
ซึ่งจะพิจารณาตามแต่ละบุคคลอย่าง
เหมาะสม ผ่านการวิจัยและความพยายาม
มานานหลายป
เลือกใช้เครื่องมือการแพทย์ ที่มีคุณภาพ
แล้ะเครื่องมือ ที่ได้รับการรับรองแล้ว
เท่านั้น
ประกอบไปด้วยระบบการดูแล ที่สะดวก
สบาย อาทิ มีล่ามส่วนตัว ดูแลตลอดแบบ
ประกบ1:1, ที่พัก , ที่จอดรถ
ในโรงพยาบาล
มีคุณหมอวิสัญญีที่ประจำ
ศัลยกรรมด้วยความซื่อสัตย์ ภายใต้ชื่อ
จริงของศัลแพทย์ ที่รับผิดชอบ

ก่อน & หลัง

BEFORE AFTER
BEFORE AFTER

คำถามที่พบบ่อย

ปัญหาเหล่านี้เป็นคนละโครงสร้างและต้องใช้วิธีแก้ไขที่แตกต่างกัน ฐานปีกจมูกกว้าง หมายถึงบริเวณฐานหรือพื้นรูจมูกมีความกว้างมากเกินไป ส่วน ปีกจมูกบาน หมายถึงปีกจมูกแผ่ออกด้านข้างมากกว่าปกติบริเวณรอยต่อกับแก้ม ขณะที่ ขอบปีกจมูกหนา เกิดจากผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณปีกจมูกที่มีความหนาหรือมีเนื้อมาก ส่วน ปลายจมูกกว้าง เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างกระดูกอ่อนบริเวณปลายจมูกโดยเฉพาะการ ตัดปีกจมูก (Alarplasty) สามารถช่วยแก้ไขปัญหาฐานปีกจมูกกว้าง ปีกจมูกบาน และความหนาของขอบปีกจมูกได้ในบางกรณี แต่หากความกว้างของจมูกเกิดจาก กระดูกอ่อนบริเวณปลายจมูก เป็นหลัก การปรับโครงสร้างปลายจมูกระหว่างการเสริมจมูกอาจเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่า

เทคนิคที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่ การตัดเนื้อส่วนเกินบริเวณร่องปีกจมูก ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างปีกจมูกกับแก้ม อีกวิธีคือการตัดบริเวณฐานหรือพื้นรูจมูก นอกจากนี้ยังสามารถใช้เทคนิคการเย็บกระชับจากด้านใน เพื่อดึงฐานปีกจมูกทั้งสองข้างเข้าหากันได้ การตัดบริเวณร่องปีกจมูกและการตัดบริเวณฐานรูจมูกเหมาะสำหรับกรณีที่มีปัญหาฐานจมูกกว้างหรือปีกจมูกบาน ส่วนการเย็บกระชับเหมาะกับผู้ที่มีฐานรูจมูกกว้าง โดยสามารถลดความกว้างได้โดยสูญเสียเนื้อเยื่อน้อยกว่า ทั้งนี้ หากตัดเนื้อบริเวณร่องปีกจมูกมากเกินไป อาจทำให้ปีกจมูกดูรั้งหรือถูกบีบจนดูไม่เป็นธรรมชาติ จึงควรออกแบบและตัดเนื้ออย่างพอดี

โดยปกติเพียงไม่กี่มิลลิเมตรต่อข้าง โดยวางแผนจากวัดรูจมูกทั้งตอนพักและตอนยิ้ม เพราะต่างกันเพียง 1 มม. ก็อาจทำให้มองเห็นว่าไม่เท่ากันเมื่อคุยระยะใกล้ แต่ละข้างจึงทำเครื่องหมายแยกและตรวจซ้ำก่อนเย็บปิด ความไม่เท่าของรูจมูกเล็กน้อยมีได้เกือบทุกคน เป้าหมายจึงเป็นการปรับให้สมดุลขึ้นมากที่สุดและตรวจสอบความสมดุลอีกครั้งก่อนลงมือผ่าตัด

แผลมักซ่อนอยู่บริเวณร่องปีกจมูก ตามแนวฐานหรือพื้นรูจมูก หรือทั้งสองตำแหน่ง สัปดาห์แรกอาจมีรอยแดงและความแข็งของแผลเป็นเรื่องปกติ ส่วนใหญ่รอยแผลจะค่อยๆจางลงและกลายเป็นเส้นบางๆภายใน 3–6 เดือน ความชัดขึ้นกับความตึงของแผล สภาพผิว การสูบบุหรี่ และการดูแลแผลหลังผ่าตัด โดยแผลที่ร่องปีกธรรมชาติของจมูกช่วงพรางแนวแผลไว้

ในช่วงแรกหลังผ่าตัด อาการบวมและความตึงของเนื้อเยื่ออาจทำให้รู้สึกว่าการหายใจหรือการไหลเวียนของอากาศเปลี่ยนไปชั่วคราวในระหว่างที่อาการบวมค่อย ๆ ลดลง แต่หากมีการวางแผนการผ่าตัดอย่างเหมาะสม การลดฐานปีกจมูกไม่ควรทำให้ช่องทางเดินหายใจภายในจมูก ซึ่งเป็นบริเวณสำคัญที่ควบคุมการไหลเวียนของอากาศแคบลง อย่างไรก็ตาม การตัดบริเวณฐานรูจมูกออกมากเกินไป หรือการสมานแผลที่ไม่ดี อาจส่งผลให้ทางเดินหายใจแคบลงได้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการตัดเนื้อจึงต้องทำอย่างพอดี หากหลังผ่านไปประมาณ 1 เดือนแล้วอาการหายใจยังแย่ลงหรือรู้สึกติดขัดมากขึ้น แทนที่จะค่อย ๆ ดีขึ้น ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมิน

ปีกจมูกบานเวลายิ้มเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบไดนามิก ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อที่ช่วยดึงปีกจมูกออกด้านข้าง ทำให้การวัดขนาดปีกจมูกในขณะพักเพียงอย่างเดียวอาจประเมินความกว้างจริงได้น้อยกว่าที่เห็นเวลายิ้ม คุณหมอจึงจะประเมินลักษณะของจมูกทั้งขณะพักและขณะขยับหรือแสดงสีหน้า ก่อนเลือกตำแหน่งและรูปแบบการตัด รวมถึงกำหนดระดับความตึงของการเย็บกระชับที่เหมาะสม การผ่าตัดสามารถช่วยลดความกว้างของฐานจมูกและลดปีกจมูกบานได้อย่างเห็นได้ชัด แต่การที่ปีกจมูกยังมีการขยับเล็กน้อยตามธรรมชาติขณะแสดงสีหน้า ถือเป็นเรื่องปกติและยังคงเกิดขึ้นได้

อาการตึงเล็กน้อยบริเวณฐานรูจมูกและริมฝีปากบนสามารถพบได้หลังผ่าตัด โดยเฉพาะในกรณีที่มีการตัดบริเวณฐานรูจมูกหรือใช้เทคนิคการเย็บกระชับ เนื่องจากบริเวณที่ซ่อมแซมเป็นส่วนที่มีการยืดขณะยิ้ม อาการตึงมักรู้สึกชัดในช่วง 2–3 สัปดาห์แรก และจะค่อย ๆ ผ่อนคลายลงเมื่ออาการบวมและความตึงของแผลเป็นลดลง โดยทั่วไปจะดีขึ้นภายในประมาณ 1–2 เดือน หากวางตำแหน่งและกำหนดระดับการกระชับอย่างเหมาะสม อาการดึงรั้งถาวรพบได้น้อย

ควรทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำของแพทย์ โดยทั่วไปอาจใช้สำลีพันก้านชุบน้ำเกลือเช็ดบริเวณแผลเบา ๆ วันละ 1–2 ครั้ง จากนั้นทายาที่แพทย์สั่งบาง ๆ ไม่ควรแกะสะเก็ดแผล ดึงหรือกางปีกจมูกเพื่อดูแนวแผล รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์หรือแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจทำให้ขอบแผลแห้งและเพิ่มโอกาสที่แผลเป็นจะกว้างขึ้น โดยทั่วไปจะตัดไหมประมาณวันที่ 7–10 หลังผ่าตัด ทั้งนี้ควรยึดตามคำแนะนำและกำหนดการของคลินิกเป็นหลัก

อาการบวมและรอยแดงมักเห็นชัดที่สุดในช่วง 2–3 วันแรกหลังผ่าตัด จากนั้นอาการบวมที่เห็นได้ชัดจะค่อย ๆ ลดลงภายในประมาณ 1–2 สัปดาห์ ส่วนสะเก็ดแผลมักค่อย ๆ หายหลังจากตัดไหมประมาณวันที่ 7–10 ขณะที่อาการแข็งหรือตึงเล็กน้อย รวมถึงรอยชมพูบริเวณแผล อาจคงอยู่ได้ประมาณ 4–8 สัปดาห์ในช่วงพักฟื้น รูจมูกไม่เท่ากันจากอาการบวมเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย และอาจเห็นความไม่สมมาตรได้นานประมาณ 4 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

การคลายตัวเล็กน้อยของเนื้อเยื่อถือเป็นเรื่องปกติเมื่อความตึงในช่วงแรกค่อย ๆ ลดลง ดังนั้นคุณหมอจะวางแผนโดยคำนึงถึงผลลัพธ์หลังแผลเข้าที่แล้ว มากกว่าการทำให้ดูแคบมากในวันแรกหลังผ่าตัด การที่ฐานปีกจมูกกลับมากว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอาจเกิดจากการหดตัวของแผลเป็นที่ไม่สม่ำเสมอ ไหมเย็บคลายตัว หรือการขยับบริเวณปีกจมูกซ้ำ ๆ จากการแสดงสีหน้าโดยทั่วไปควรประเมินผลลัพธ์หลังประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี เมื่อเนื้อเยื่อและแผลเป็นเข้าที่แล้ว หากหลังจากนั้นยังพบว่าฐานปีกจมูกกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถให้แพทย์ประเมินอีกครั้ง และในบางกรณีอาจพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย

โดยทั่วไปสามารถทำพร้อมกับการเสริมจมูกได้ แต่คุณหมอจะทำในขั้นตอนหลังจากปรับสันและปลายจมูกแล้ว เนื่องจากการเปลี่ยนความพุ่งหรือองศาของปลายจมูกสามารถส่งผลต่อการมองเห็นความกว้างของฐานปีกจมูกได้ หากตัดปีกจมูกก่อน อาจทำให้ตัดมากเกินความจำเป็นได้สำหรับผู้ที่กังวลเฉพาะเรื่องฐานปีกจมูกกว้าง การตัดปีกจมูกเพียงอย่างเดียวก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสม และหากยังไม่แน่ใจว่าควรลดความกว้างมากน้อยเพียงใด ก็สามารถพิจารณาทำในภายหลังแยกเป็นอีกครั้งได้

ในกรณีที่มีความไม่สมมาตรเล็กน้อยหรือแผลเป็นกว้างขึ้น สามารถแก้ไขได้ด้วยการตัดแต่งเนื้อบริเวณนั้นออกเพียงเล็กน้อย โดยมักพิจารณาหลังจากแผลเป็นเข้าที่แล้วประมาณ 6 เดือน ส่วนกรณีที่ตัดขอบรูจมูกออกมากเกินไปจะแก้ไขได้ยากกว่า และอาจจำเป็นต้องใช้ เนื้อเยื่อปลูกถ่ายแบบ Composite Graft ซึ่งประกอบด้วยผิวหนังและกระดูกอ่อน โดยมักนำมาจากบริเวณใบหู เพื่อช่วยสร้างขอบปีกจมูกขึ้นใหม่ ดังนั้นการป้องกันด้วยการตัดเนื้ออย่างพอดีและระมัดระวังตั้งแต่แรก จึงทำได้ง่ายกว่าการแก้ไขรูจมูกที่ถูกทำให้แคบลงมากเกินไป

BANOBAGI PLASTIC SURGERY

รายการแนะนำทำคู่กัน

CONTACT US

โรงพยาบาลบาโนบากิ อยู่สถานี ยอกซัม(Yeoksam station)
ทางออกหมายเลข 6 เดินตรงมา 100 เมตร

X

emailicon E-MAIL

english@banobagi.com

Please feel free to contact us,
and we will reply you as soon as possible.
go-top