ศัลยกรรมแก้โครงหน้า

การผ่าตัดแก้ไขครั้งแรกแต่ครั้งสุดท้าย

ศัลยกรรมแก้โครงหน้า

การผ่าตัดแก้ไขครั้งแรกแต่ครั้งสุดท้าย

ศัลยกรรมแก้โครงหน้า

  • ระยะเวลาการผ่าตัด

    ประมาณ 1ชม / ส่วน

  • วิธีวางยา

    ยาสลบ

  • ตัดไหม

    หลังผ่าตัดประมาณ 14 วัน

  • นอนโรงพยาบาล

    สามารถกลับที่พักได้ หากจำเป็นพักดูอาการที่รพ.1คืน

  • เช็คอัพ

    ทำการนัดตัดไหม 2 ครั้ง

  • พักฟื้น

    ประมาณ 3 วัน หลังทำ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

BANOBAGI PLASTIC SURGERY

การผ่าตัดเหมาะสำหรับ

  • Case.01

    หากมี มุมกรามที่เหลือ
    หลังจากที่มีการศัลยกรรม
    ครั้งแรกแล้ว

  • Case.02

    หากมีส่วนโหนแก้ม(ส่วนกราม
    หรือคางด้านหน้า) ไม่สมส่วน

    กันเมื่อหลังทำโครงหน้าแล้ว

  • Case.03

    หากไม่พอใจในรูปร่าง ขนาด
    ตำแหน่ง
    ของโหนกแก้ม
    กราม หรือคาง

  • Case.04

    หากมีแก้มที่ห้อย
    หลังผ่าตัดโหนกแก้ม

  • Case.05

    หากหลังศัลยกรรรมแล้ว
    มีความแตกต่างหลังทำได้ไม่
    ชัดเจนและอยากจะเห็น
    โครงหน้าที่ชัดเจนขึ้น

วิธีผ่าตัด

บางกรณีที่ส่วนใหญ่ของการแก้ไขปรับรูปร่างใบหน้า จะวิเคราะห์จากสาเหตุที่แท้จริง และวิธีการผ่าตัดสําหรับการผ่าตัดแก้ไขอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละบุคคล
การระบุสาเหตุของความไม่พอใจของผู้ป่วยผ่านการวินิจฉัยและการให้คําปรึกษาที่แม่นยําและแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสําคัญเพื่อหลีกเลี่ยงการผ่าตัดแก้ไขอีกครั้ง

  • Case.01

    หากเกิดเป็นขั้นบันไดในบริเวณส่วนต่อของคางด้านหลัง ซึ่งดูไม่เป็นธรรมชาติ

    ตรวจสอบขอบเขตของการผ่าตัดก่อนหน้านี้ ผ่านการวินิจฉัยที่แม่นยําและขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่มีทักษะตัดกระดูกขากรรไกรในโค้งยาวเพื่อให้ได้รูปร่างกรามที่ต้องการ (ไม่มีมุมกรามสองชั้น หรือดูไม่เป็น ธรรมชาติอีกต่อไป)

    BEFORE
    AFTER 6 MONTHS
  • Case.02

    การผ่าตัดครั้งก่อนทําให้ใบหน้าไม่สมดุลหรือใบหน้ายังดูไม่สมดุล

    ตัดกระดูกออกจากแนวกรามตามเส้นกึ่งกลางของใบหน้าเพื่อให้เกิดความสมมาตรและหากจําเป็น ให้ดําเนินการลดกล้ามเนื้อบดเคี้ยวหรือกําจัดไขมันที่แก้ม.

    BEFORE
    AFTER 6 MONTHS
  • Case.03

    การผ่าตัดครั้งก่อนไม่ทำให้ใบหน้าดูเรียว เล็กขึ้น

    แก้ไขกระดูกด้วยการตัดกระดูกส่วนที่อยู่เหนือส่วนบน และส่วนที่ไม่จำเป็นออก ผ่านการวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อให้ความหนาของกระดูกบางลง และทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง

    BEFORE
    AFTER 6 MONTHS
  • Case.01

    หากเมื่อโหนกแก้มสองฝั่งไม่เท่ากัน

    ผ่านการวินิจฉัยที่แม่นยํา, คำนวนขอบเขตของการเคลื่อนไหวที่มีอยู่ของโหนกแก้มและปรับปรุงความไม่สมดุลโดยการพิจารณากล้ามเนื้อสําหรับการแสดงออกทางสีหน้าร่วมด้วย.

    BEFORE
    AFTER 6 MONTHS
  • Case.02

    หากไม่พอใจที่ความกว้างของโหนกแก้มไม่ค่อยมีความเปลี่ยนแปลง

    จากเทคนิคการผ่าตัดกระดูกแบบพิเศษของ BANOBAGI ช่วยลดโหนกแก้มได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการเคลื่อนย้ายกระดูกโหนกแก้มที่ซับซ้อน ซึ่งรวมถึงความกว้างทั้งหมดของโหนกแก้ม

    BEFORE
    AFTER 6 MONTHS
  • Case.03

    หากเกิดหน้าแก้มหย่อนคล้อยหลังการทำโหนกแก้ม

    หากเกิดจากความล้มเหลวในการคํานวณความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อเยื่ออ่อนที่ปกคลุมกระดูกและการหดตัวของโหนกแก้มก็สามารถปรับปรุงได้ ผ่านการเปลี่ยนตําแหน่งแก้มหรือหากริ้วรอยของผิวเป็นสาเหตุก็จะดีขึ้นโดยการผ่าตัดยกกระชับ

    BEFORE
    AFTER 6 MONTHS
  • Case.01

    หากส่วนคางถูกผ่าตัดที่มากไป ดูไม่เป็นธรรมชาติ

    การแก้ไขปรับส่วนที่ดูไม่เป็นธรรมชาติโดยปรับกระดูกเพิ่ม หรือเลือกการแก้ไขใหม่อีกครั้ง

    BEFORE
    AFTER 6 MONTHS
  • Case.02

    หากคางเบี้ยวไปฝั่งใดฝั่งนึง

    การคำนวนกึ่งกลางใบหน้าที่แม่นยำ ตามคิ้ว,จมูกและปากและปรับปรุงโดยการผ่าตัดกระดูกเพิ่มเติมตามวิธีการผ่าตัดก่อนหน้านี้

    BEFORE
    AFTER 6 MONTHS

เฉพาะที่บาโนบากิเท่านั้น

  • การวินิจฉัยที่แม่นยําช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผ่าตัดและลดความกังวลของผู้ป่วย
  • ผลการผ่าตัดที่พิจารณาสภาพทางกายวิภาคของกระดูกและกล้ามเนื้ออย่างรอบคอบ
  • ติดตั้งระบบความปลอดภัยระดับมืออาชีพความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสิ่งสําคัญที่สุด
    เช่น ระบบการดมยาสลบที่ความปลอดภัย, ระบบสํารองไฟ
  • ปรับสมดุลจากหลายมุมและได้รูปทรงที่กลมกลืนกันบนใบหน้าแต่ละหน้า

ใจความสำคัญหลักของบาโนบากิ

ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาที่มี
ประสบการณ์ทางการรักษา
เทคนิกความชำนาญมากมาย
ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาที่มี
ประสบการณ์ทางการรักษา
เทคนิกความชำนาญมากมาย
เลือกใช้เครื่องมือการแพทย์ ที่มีคุณภาพ
แล้ะเครื่องมือ ที่ได้รับการรับรองแล้ว
เท่านั้น
ประกอบไปด้วยระบบการดูแล ที่สะดวก
สบาย อาทิ มีล่ามส่วนตัว ดูแลตลอดแบบ
ประกบ1:1, ที่พัก , ที่จอดรถ
ในโรงพยาบาล
มีคุณหมอวิสัญญีที่ประจำ
ศัลยกรรมด้วยความซื่อสัตย์ ภายใต้ชื่อ
จริงของศัลแพทย์ ที่รับผิดชอบ

ก่อน & หลัง

BEFORE AFTER
BEFORE AFTER

BANOBAGI PLASTIC SURGERY

รายการแนะนำทำคู่กัน

คำถามที่พบบ่อย

รูปร่างใบหน้าที่ไม่เป็นที่น่าพอใจหลังการผ่าตัด อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การลดขนาดกระดูกไม่เพียงพอหรือมากเกินไป กระดูกมีการเหลื่อมตัวหรือผิดตำแหน่ง กระดูกเชื่อมติดไม่สมบูรณ์หรือไม่เท่ากัน ความไม่สมมาตรของกระดูกทั้งสองข้าง รวมถึงการหย่อนคล้อยของผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อนหลังการผ่าตัดแพทย์จะพิจารณาจากการตรวจในปัจจุบันร่วมกับภาพ CT Scan โดยเปรียบเทียบกับภาพก่อนผ่าตัดและบันทึกรายละเอียดการผ่าตัด เพื่อประเมินว่าสาเหตุของรูปร่างที่ไม่พึงพอใจเกิดจาก โครงสร้างกระดูก เนื้อเยื่ออ่อน หรืออาการบวมหลังผ่าตัด และวางแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป

ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) แบบ 3 มิติ เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยประเมินโครงสร้างกระดูกได้อย่างชัดเจน โดยสามารถตรวจดูได้ว่ากระดูกได้รับการลดหรือปรับแต่งในตำแหน่งที่เหมาะสมหรือไม่ และช่วยแยกได้ว่าปัญหารูปร่างที่เห็นเกิดจากโครงสร้างกระดูก หรือเกิดจากเนื้อเยื่ออ่อนที่อยู่เหนือกระดูก เนื่องจากกล้ามเนื้อ ไขมัน อาการบวม และผิวหนังหย่อนคล้อย อาจทำให้รูปร่างภายนอกดูคล้ายกับมีความผิดปกติของกระดูก หรือบดบังปัญหาที่เกิดจากโครงสร้างกระดูกได้ แพทย์จึงจะพิจารณาภาพ CT Scan ร่วมกับการตรวจและประเมินสภาพจริง เพื่อระบุสาเหตุของปัญหาให้ตรงกับชั้นเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้อง และวางแผนการผ่าตัดแก้ไขโดยมุ่งแก้ไขที่สาเหตุของปัญหาอย่างเหมาะสม

โดยทั่วไป แนะนำให้รออย่างน้อย 6–12 เดือนหลังการผ่าตัดครั้งแรก เพื่อให้กระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนฟื้นตัวและเข้าที่อย่างเพียงพอ รวมถึงรอให้อาการบวมที่หลงเหลืออยู่ลดลงก่อน การวางแผนผ่าตัดแก้ไขเร็วเกินไปอาจทำให้ประเมินรูปร่างใบหน้าได้ไม่แม่นยำ เนื่องจากโครงสร้างกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนอาจยังอยู่ในระหว่างการฟื้นตัวและมีการเปลี่ยนแปลงแพทย์จะติดตามการฟื้นตัวจากการนัดตรวจหลังผ่าตัด และพิจารณาการตรวจภาพเพิ่มเติมเมื่อรูปร่างใบหน้ามีความคงที่เพียงพอ เพื่อให้สามารถประเมินปัญหาและวางแผนการผ่าตัดแก้ไขได้อย่างเหมาะสมและแม่นยำมากขึ้น

ในบางกรณี ความโดดเด่นของมุมกรามหรือโหนกแก้มที่ยังหลงเหลืออยู่สามารถลดลงเพิ่มเติมได้อย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดแก้ไขต้องดำเนินการผ่านเนื้อเยื่อแผลเป็นจากการผ่าตัดครั้งก่อน และบริเวณดังกล่าวอาจมีเส้นประสาทที่เปลี่ยนตำแหน่งหรืออยู่ใกล้กับบริเวณที่ต้องผ่าตัดมากขึ้น ทำให้มีข้อจำกัดในการตัดแต่งกระดูกเพิ่มเติมนอกจากนี้ การผ่าตัดแก้ไขมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเส้นประสาทและการเกิดความหย่อนคล้อยมากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก แพทย์จึงต้องประเมินโครงสร้างกระดูกที่เหลือ ตำแหน่งของเส้นประสาท และสภาพเนื้อเยื่อโดยละเอียด เพื่อพิจารณาว่าการลดกระดูกเพิ่มเติมมีความจำเป็นและคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้นหรือไม่

การการตัดกระดูกออกมากเกินไปมักแก้ไขได้ยากกว่าการตัดกระดูกออกไม่เพียงพอ โดยแนวทางในการแก้ไขสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้กระดูกจากร่างกายของผู้ป่วยเอง การใช้วัสดุเสริมที่ออกแบบเฉพาะบุคคลจากภาพ CT Scan การเติมไขมันเพื่อเพิ่มปริมาตรในบริเวณที่ดูตอบลึก หรือการผ่าตัดยกกระชับเพื่อจัดตำแหน่งเนื้อเยื่ออ่อนที่หย่อนคล้อยให้เหมาะสมแต่ละวิธีมีข้อดี ข้อจำกัด และความเสี่ยงที่แตกต่างกัน แพทย์จะพิจารณาจากปริมาณและตำแหน่งของกระดูกที่ถูกตัดออก รวมถึงสภาพและคุณภาพของเนื้อเยื่ออ่อน เพื่อเลือกวิธีหรือการรักษาร่วมกันที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด

โดยทั่วไป แผ่นโลหะและสกรูที่ทำให้รู้สึกไม่สบาย สามารถมองเห็นได้ หรือสามารถคลำได้จากภายนอก อาจพิจารณาถอดออกหรือเปลี่ยนตำแหน่งในระหว่างการผ่าตัดแก้ไขได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของวัสดุและสภาพของกระดูกบริเวณนั้นก่อนพิจารณาถอดแผ่นโลหะและสกรู กระดูกบริเวณที่ได้รับการผ่าตัดควรเชื่อมติดและมีความแข็งแรงเพียงพอ เพื่อให้สามารถถอดวัสดุออกได้อย่างปลอดภัย แพทย์จะประเมินว่าแผ่นโลหะและสกรูเป็นสาเหตุของความกังวลหรืออาการไม่สบายของคุณหรือไม่ รวมถึงพิจารณาว่าการถอดออกเพียงอย่างเดียวเพียงพอ หรือจำเป็นต้องทำการผ่าตัดแก้ไขร่วมด้วย

เนื้อเยื่อแผลเป็นและพังผืดจากการผ่าตัดครั้งก่อนอาจทำให้การแยกชั้นเนื้อเยื่อทำได้ยากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเลือดออกระหว่างการผ่าตัด นอกจากนี้ พังผืดอาจทำให้โครงสร้างและตำแหน่งสำคัญบางส่วน เช่น เส้นประสาทและหลอดเลือด มองเห็นหรือระบุได้ยากขึ้นหลังการผ่าตัดแก้ไข อาการบวมและข้อจำกัดในการอ้าปากอาจใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าการผ่าตัดครั้งแรก แพทย์จะนำปัจจัยเหล่านี้มาพิจารณาในการวางแผนผ่าตัดแก้ไข และในบางกรณีอาจพิจารณาแบ่งการรักษาออกเป็นมากกว่าหนึ่งครั้ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงระหว่างการผ่าตัด

ใช่ การผ่าตัดแก้ไขอาจมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเส้นประสาทเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในบริเวณที่เคยได้รับการผ่าตัดมาก่อน เนื่องจากเส้นประสาทอาจมีการยืด เคลื่อนตัว หรืออยู่ท่ามกลางเนื้อเยื่อแผลเป็นจากการผ่าตัดครั้งแรก ทำให้การผ่าตัดในครั้งที่สองมีความซับซ้อนมากขึ้นหากยังมีอาการชาหลังการผ่าตัดครั้งแรก อาจสะท้อนว่าเส้นประสาทยังอยู่ในระหว่างการฟื้นตัวหรือมีการเปลี่ยนแปลงจากการผ่าตัดเดิม การผ่าตัดแก้ไขจึงอาจเพิ่มความเสี่ยงที่อาการชาจะรุนแรงขึ้น หรืออาจเกิดความผิดปกติด้านการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อขึ้นใหม่ได้ก่อนวางแผนการผ่าตัดแก้ไข แพทย์จะประเมินการรับความรู้สึกและการทำงานของเส้นประสาทในปัจจุบัน รวมถึงพิจารณาตำแหน่งของเส้นประสาทและโครงสร้างโดยรอบ เพื่อประเมินว่าการผ่าตัดมีความจำเป็นมากเพียงใด และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับมีความเหมาะสมกับความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้นหรือไม่

โดยทั่วไป อาการบวมและการอ้าปากได้จำกัดหลังการผ่าตัดแก้ไขอาจคงอยู่นานกว่าการผ่าตัดครั้งแรก เนื่องจากเนื้อเยื่อบริเวณที่ผ่าตัดเคยผ่านการผ่าตัดและอาจมีเนื้อเยื่อแผลเป็นหรือพังผืดอยู่เดิม ทำให้การฟื้นตัวมีความซับซ้อนมากขึ้นระยะเวลาการฟื้นตัวหลังผ่าตัดแก้ไขจึงอาจนานขึ้นและคาดการณ์ได้ยากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขอบเขตของการผ่าตัด ตำแหน่งที่ต้องแก้ไข และสภาพของกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนในขณะผ่าตัด แพทย์จะประเมินและให้คำแนะนำเกี่ยวกับระยะเวลาการฟื้นตัวตามสภาพของแต่ละบุคคล

ได้ หากโครงสร้างกระดูกอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และปัญหาหลักเกิดจากเนื้อเยื่ออ่อนที่หย่อนคล้อยหรือสูญเสียปริมาตรหลังการผ่าตัด การยกกระชับหรือการเติมไขมันสามารถช่วยปรับรูปทรงและเพิ่มปริมาตรของใบหน้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดกระดูกเพิ่มเติม ซึ่งโดยทั่วไปอาจมีความเสี่ยงน้อยกว่าการผ่าตัดแก้ไขโครงกระดูกซ้ำอย่างไรก็ตาม แพทย์จะต้องประเมินก่อนว่าความหย่อนคล้อยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่ออ่อน หรือมีสาเหตุมาจากโครงสร้างกระดูกที่ยังต้องแก้ไข หากปัญหาเกิดจากโครงกระดูก การยกกระชับหรือเติมไขมันเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

เป้าหมายของการผ่าตัดแก้ไขคือการสร้างความสมดุลของใบหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัย มากกว่าการทำให้ใบหน้าทั้งสองข้างสมมาตรกันอย่างสมบูรณ์แบบ เนื่องจากหลังการผ่าตัดครั้งแรก กระดูกแต่ละข้างอาจมีปริมาณกระดูกที่เหลือ การเชื่อมติด และการเกิดพังผืดที่แตกต่างกันการพยายามแก้ไขกระดูกเพียงด้านใดด้านหนึ่งอย่างมากเกินไปเพื่อให้ทั้งสองข้างเท่ากัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติหรือปัญหาอื่นที่แก้ไขได้ยากขึ้น แพทย์จึงจะประเมินความแตกต่างของกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนในแต่ละข้าง และพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาถึงระดับความสมมาตรที่สามารถทำได้อย่างปลอดภัยในบางกรณี หากปัญหาแต่ละด้านมีสาเหตุแตกต่างกัน อาจจำเป็นต้องวางแผนการผ่าตัดแก้ไขที่แตกต่างกันในแต่ละบริเวณ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด

ในกรณีที่มีปัญหาโครงหน้าหลายด้านหรือมีความซับซ้อน การผ่าตัดแก้ไขอาจจำเป็นต้องแบ่งออกเป็นมากกว่าหนึ่งขั้นตอน เนื่องจากการพยายามแก้ไขทุกปัญหาในครั้งเดียวอาจเพิ่มความเสี่ยงและเป็นภาระต่อเนื้อเยื่อและเส้นประสาทมากเกินไปการวางแผนการรักษาเป็นลำดับขั้นอาจช่วยเพิ่มความปลอดภัย โดยสามารถประเมินผลและพิจารณาการแก้ไขเพิ่มเติมหลังจากเนื้อเยื่อจากการผ่าตัดครั้งแรกฟื้นตัวและเข้าที่แล้ว แพทย์จะประเมินความซับซ้อนของแต่ละปัญหาและวางลำดับการรักษาให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ต้องการเป็นสำคัญ

CONTACT US

โรงพยาบาลบาโนบากิ อยู่สถานี ยอกซัม(Yeoksam station)
ทางออกหมายเลข 6 เดินตรงมา 100 เมตร

X

emailicon E-MAIL

english@banobagi.com

Please feel free to contact us,
and we will reply you as soon as possible.
go-top